บทที่ 10 ยักษ์จะกินเด็ก 10

“ต่อไปห้ามมาอีกเข้าใจไหม?” น้องสาวแม่งเชิดแถมเงียบใส่อีก เห้ย! นี่เขาเป็นพี่ชายนะเว้ยเชื่อฟังบ้างสิ

“มันอันตรายแล้วใครสอนให้กินเหล้าห่ะ พี่บอกให้ตั้งใจเรียนแล้วรีบกลับบ้านไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ฟังกันบ้างวะ!”

“อย่าเงียบแบบนี้สิมิลล์! นี่พี่เป็นห่วงนะเว้ยเลยเตือน แล้วเพื่อนก็หัดเลือกคบมั้งสิ”

“เอาตารางเรียนมาให้พี่ดูเลยนะ ถ้ามันว่างมากก็หาเรียนเสริมหรือไม่ก็ไปติวซะ ราคาจะแพงขนาดไหนพี่จ่ายให้เอง”

เธอนั่งมองข้างทางด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างอะไรจากสัตว์เลี้ยงในกรงขังเลย นี่เหรออิสระที่ต้องการ เหอะ…มันก็แค่เรื่องเพ้อฝันเท่านั่นแหละ จริงอยู่ที่เธออาจจะไม่โตมากเท่าพี่ชายแต่เธอก็โตพอจะรู้ว่าอะไรผิดชอบชั่วดีนะ แล้วสิ่งที่ทำก็ไม่ได้แย่เกินไปเลย ทำไมทุกคนต้องขีดเส้นทางชีวิตให้โดยที่ไม่ถามเธอสักคำเลยละว่าต้องการอะไรในชีวิตแบบไหน

ในขณะที่ยักษ์แอบเข้ามาในห้องน้องมิลล์เงียบๆรอการกลับมาก็แฟนคนเก่ง ถ้าเที่ยวแล้วคงจะอารมณ์ดีขึ้นมั้ง เขาฟังเสียงรถที่จอดไม่นานก็สตาร์ทแล้วขับออกไปทันที ดูจากเสียงพูดคุยไอ้ไมโลมันน่าจะอารมณ์เสียมากพอสมควร

“เฮ้อ…” เธอเดินเข้าไปในห้องนอนแล้วถอนหายใจพร้อมกับทิ้งตัวลงบนที่นอนทั้งที่ยังไม่ได้เปิดไฟด้วยซ้ำ

“ทำไมวะ?” ทำไมชีวิตเธอมันต้องเป็นแบบนี้ด้วยห่ะ เธออายุกำลังจะสิบเก้าปีควรมีอิสระในการคบเพื่อนบ้าง เธออยากไปเที่ยวบ้างเหมือนกันนะ ทำไมทุกคนต้องเป็นห่วงเหมือนว่าเธอคือเด็กสองขวบที่ไม่รู้อะไรเลยสักอย่างด้วย

การที่เธอเรียนจบด้วยเกรดเฉลี่ยสามจุดเก้าศูนย์ แล้วสอบติดเข้ามหาวิทยาลัยและคณะที่ทุกคนต้องการมันไม่ทำให้พอใจกันเหรอถึงต้องมาชี้นำทุกอย่างในชีวิตแบบนี้

พี่ไมโลเองก็น่าจะเข้าใจนะว่าบางครั้งเราก็อยากเที่ยวบ้างเพื่อเอาเรื่องเครียดออกไปจากหัว ทุกคนคิดแค่ว่าจะให้เธอเรียนอย่างเดียวแล้วคำนึงแต่เกรดที่ออกมา ทุกคนลืมไปแล้วว่าเธอต้องการความสุข ความสนุกและชีวิตวัยรุ่นทั่วไปบ้าง

“เป็นอะไรวะ?” เขากระซิบเบาๆมองว่าที่เมียนอนนิ่งไม่ไหวติง แต่อย่างน้อยก็หยิบโทรศัพท์มาเปิดเพลงที่เศร้า

“ช่างมันเถอะ!” เธอแค่ต้องทำตัวให้ชินแล้วปล่อยให้พ่อแม่และพี่ชายจัดแจงชีวิตให้เหมือนตุ๊กตาตัวหนึ่งแล้วกัน ไหนๆความสุขเธอมันก็ไม่ได้สำคัญอยู่แล้ว

เขามองเงียบๆจนเห็นว่าที่เมียลุกไปอาบน้ำ เขาถึงได้ขยับตัวไปนอนบนเตียงรอปลอบใจเผื่อว่าเธอทะเลาะกับพี่ชายสันดานเสีย รู้ไหมว่าการที่เป็นคนนอกแบบนี้มันทำให้เห็นอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับน้องมิลล์และไอ้ไมโลนะ

เธอไม่ได้มีความสุขอย่างที่ทุกคนเห็นหรอก แล้วทุกรอยยิ้มมันปลอม เขาได้ยินเธอถอนหายใจบ่อยๆเหมือนเหนื่อยกับทุกอย่างและเบื่อทุกสิ่งยังไงยังงั้นแหละ เขาเห็นนะว่าเธออยากออกไปเที่ยวแต่ทำได้แค่นิ่งแล้วปฏิเสธเพื่อนที่ชวนแค่นั้นเอง

M_Milk   : You think I’m just a doll.

เธอลงรูปตัวเองเป็นภาพขาวดำภาพกับข้อความที่ดูแปลกๆไปนะ เขานั่งมองภาพนั้นซ้ำๆก่อนจะลองซูมเข้าดูรอยเล็กๆที่แขนเธอ แต่เพื่อความแน่ใจต้องรอดูของจริงมากกว่า

“พี่ยักษ์!!” นี่ก็ตัวปัญหาอีกคนในชีวิตเธอ

“ทำไมตาแดง?” ตาแดงไม่พอจมูกยังแดงอีกด้วยแถมยังเสียงแหบขนาดนี้ ถ้าหากไม่ใช่คนโง่คงดูออกว่าร้องไห้มา

“ออกไปฉันอยากอยู่คนเดียว ขอร้องละ” เธอรู้ว่าเขาคิดอะไร แต่ว่านั่นจะขโมยอิสระอันน้อยนิดของเธอแน่นอน ดังนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอไม่มีวันตกลงคบกับเขาหรอก

“กินอะไรมารึยัง? แล้วนี่เป็นอะไรเล่าพี่ฟังได้นะ” ไม่ไว้ใจกันสินะถึงได้ถอยห่างแบบนี้ แต่เธอจะรู้บ้างไหมว่าเขาตั้งสถานะให้แล้วพร้อมกับบอกแม่ด้วย เราน่ะเคยได้กันในฝันเกือบทุกคืนนะ

“ฉันบอกให้ออกไปไง!” เธอพูดเสียงดังมากขึ้น

“ที่โพสต์ลงหมายความไง?” เขาชูโทรศัพท์ถามไปตรงๆ

“อย่ามายุ่ง! มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของพี่ ออกไปจากห้องได้แล้ว ฉันจะอ่านหนังสือ!” เธอถอยออกมาเพราะว่าเขาลุกจากเตียงเดินมาหากันแถมยังจ้องมองตาแทบไม่กะพริบ

“เป็นอะไรก็บอกพี่สิ”

“พี่…” เขาดึงเธอเข้าไปกอดเฉยเลยไอ้บ้านี่มือไวตลอด

“อยู่กับพี่ปลอดภัยนะ ถ้าไม่สบายใจจะพูดก็ไม่เป็นไร” เดี๋ยวเขาหาทางรู้เองจนได้เพราะเรื่องของเธอมันใหญ่เสมอ

“บอกไปพี่ก็ไม่มีวันเข้าใจหรอก!” ถ้าเขาเข้าใจว่าเธอไม่ต้องการความรักคงจะเลิกยุ่งไปนานแล้ว แต่นี่ยังตามติดประหนึ่งว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรจากชาติปางไหนมาเอาคืนกัน

“แค่เรื่องกินเหล้ามันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?” ก็แค่กินเหล้าเอง เธอไม่ได้มั่วยามั่วเซ็กซ์เหมือนบางคน น้องมิลล์เป็นคนฉลาดถึงจะดื้อมากแถมยังปิดกั้นตัวเองเก่งอีกด้วย

“พี่จะไปเข้าใจอะไรละ พี่มันก็แค่คนอื่น”

“ให้พี่เป็นผัวไหมถึงเข้าใจได้?”

“ไอ้บ้า!”

“บ้ารักน่ะสิ! ก็รู้นี่ว่าพี่รู้สึกยังไงไม่ใช่เหรอ?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป